วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ยาเสพติดให้โทษ


ยาเสพติดให้โทษ

ยาเสพติดเป็นตัวมหันตราย    ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงและ      แพร่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก   ตามความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิชาการ   โดยเฉพาะทางด้ายวิทยาศาสตร์    ซึ่งสามารถค้นคว้าหากรรมวิธีใหม่         มาเพื่อพัฒนายาเสพติดให้มีความทันสมัยต่อการเสพและการจำหน่าย   รวมทั้งให้มีพิษรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
                ปัจจุบันยาบ้าเป็นยาเสพติดที่ระบาดและแพร่หลายที่สุดใน      ประเทศไทย   จนรัฐบาลต้องประกาศให้ยาบ้า  ( เมทแอมเฟตามีน )             ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเพียงวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทให้ถือเป็น   ยาเสพติดให้โทษประเภท   1     เช่นเดียวกับเฮโรอีนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ฉบับที่  135   ( พ.ศ.  2539 )   เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตาม  พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ.  2522  ( แก้ไขเพิ่มเติม   2545 )

ความหมายของยาเสพติดให้โทษ
                ยาเสพติดให้โทษ    หมายความว่าสารเคมี  หรือวัตถุชนิดใด          ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะรับประทาน   ดม  สูบ  ฉีด  หรือด้วยประการ    ใด     แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ   เช่น  ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเรื่อย    มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา   มีความต้องการเสพ   ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา   สุขภาพทั่วไปจะทรุดโทรมกับให้รวมตลอดถึง  พืช  หรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็น    ยาเสพติดให้โทษ   หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ   และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษดังกล่าวด้วย   ทั้งนี้ตามรัฐมนตรีประกาศใช้                      ราชกิจจานุเบกษา    แต่ไม่หมายความถึงยาสามัญประจำบ้านบางตำราตามกฎหมายว่าด้วยยาที่มียาเสพติดให้โทษผสมอยู่

ประเภทของยาเสพติด
                ยาเสพติดให้โทษตาม  พ.ร.บ.   ยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ.  2522            ( แก้ไขเพิ่มเติม  2545 )   มาตรา   7   ได้แบ่งยาเสพติดให้โทษตามลำดับความร้ายแรง   ออกเป็น  5  ประเภท  คือ
                ประเภทที่  1  ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง   เช่น  เฮโรอีน  และเมทแอมเฟตามีน  ( ยาบ้า ) ฯ
                ประเภทที่  2  ยาเสพติดให้โทษทั่วไป   เช่น  มอร์ฟีน  โคคาอีน  โคเคอีน  และฝิ่นยา
             ประเภทที่  3  ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตำรับยาและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่  2   เป็นส่วนผสมอยู่ด้วยตามหลักเกณฑ์รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
         ประเภทที่  4  สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ            ประเภทที่   1   หรือประเภทที่   2   เช่น   อาเซติคแอนไฮโดรด์  อาเซติล     คลอไรด์
            ประเภทที่  5  ยาเสพติดให้โทษที่ไม่ได้เข้าอยู่ในประเภทที่  1  ถึงประเภทที่  4   เช่น   กัญชา   พืชกระท่อม

ประเภทของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ
                ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ   แบ่งกว้าง    ดังนี้
                1.  ความผิดฐานเป็นผู้ผลิต    นำเข้า   ส่งออก    ซึ่งยาเสพติดให้    โทษ
                การผลิต  ตามมาตา  4  แห่ง  พ.ร.บ.  ยาเสพติดให้โทษ  พ.ศ.        2522   ( แก้ไขเพิ่มเติม   2545 )    หมายถึง   การเพาะปลูกทำผสม   ปรุง      แปรสภาพ  เปลี่ยนรูป  การสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์    และรวมตลอด      ถึงการแบ่งบรรจุ     หรือรวมบรรจุด้วย     ดังนั้น     การอัดเฮโรอีนผงเป็นแท่งหรือการแบ่งบรรจุยาบ้าใส่หลอดกาแฟถือเป็นการเปลี่ยนรูป   หรือเป็นการผลิตยาเสพติดให้โทษแล้ว    แต่อย่างไรก็ตาม  พฤติการณ์ของการแบ่งบรรจุนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง    ไป  หากเป็นกรณีที่แบ่งบรรจุเพื่อความสะดวดในการนำติดตัวไปเสพเอง   ไม่ถือว่าเป็นการผลิตตามความหมายแห่งมาตรา   4   นี้    เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายที่บัญญัติให้การผลิตมีความหมายรวมถึงการแบ่งบรรจุด้วยนั้น   ต้องหมายถึงการกระทำอันมีลักษณะที่เป็นร้ายแรงต่อสังคม
นำเข้า    หมายถึงการนำเข้าหรือส่งเข้ามาภายในราช  อาณาจักร
ส่งออก   หมายถึงการนำออกหรือส่งออกไปภายนอกราชอาณาจักร
                2.  ความผิดฐานจำหน่าย   หรือมีไว้ในครอบครอง  เพื่อจำหน่าย    ซึ่งยาเสพติดให้โทษ  จำหน่าย  ตาม  พ.ร.บ.  ยาเสพติดให้โทษ                   พ.ศ.  2522  ( แก้ไขเพิ่มเติม   2545 )  หมายถึงการ   ขาย   จ่ายแจก   แลกเปลี่ยน   ซึ่งคำว่า   จำหน่าย  พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ   พ.ศ. 2522     ( แก้ไขเพิ่มเติม   2545 )   มาตรา   4    ให้หมายความว่า   ขาย   จ่ายแจก   แลกเปลี่ยนให้   ฉะนั้นมิได้หมายความการขายเท่านั้น   แต่เป็นการกระทำ   ใด    ที่ให้ยาบ้าหรือเฮโรอีนนี้ออกจากตัวเอง   แม้จะเป็นการให้โดยเสน่หา   หรือการแลกเปลี่ยนกับวัตถุใดก็ตาม
                อย่างไรก็ดีคำว่า     จำหน่าย     ตามมาตรา   4   นี้ย่อม  หมายความถึงการจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่มิใช่ผู้ร่วมกระทำ      ความผิดด้วยกัน
                3.  ฐานครอบครอง    ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง   โดยไม่ได้รับอนุญาต   คำว่า   ครอบครอง   ตามมาตรา   4   แห่ง  พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ   พ.ศ.  2522   ( แก้ไขเพิ่มเติม   2545 )  มิได้ให้คำจำกัดความไว้    ซึ่งได้นำหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสิทธิครอบครองมาปรับใช้   ดังนั้นการครอบครองนี้จะต้องมีการยึดถือทรัพย์สินไว้โดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน  ( ตาม ป.พ.พ. มาตรา   1367 )
                4.  ความผิดฐานเสพ   ยาเสพติดให้โทษ
                                เสพ   หมายถึงการเอายาเสพติดให้โทษเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด    หรือมีอาการติดยาเสพติดให้โทษ   ซึ่งหมายความว่า   เสพ    เป็นประจำติดต่อกันและตกอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติดให้โทษนั้น  ซึ่งสามารถตรวจพบสภาพเช่นว่านั้นได้ตามหลักวิชาการ
          5.  ความผิดฐานใช้อุบายหลอกลวง  ขู่เข็ญ   ใช้กำลังประทุษร้าย  ข่มขืนใจให้ผู้อื่นติดยาเสพติดให้โทษ
                6.  ความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษ
                7.  ความผิดฐานโฆษณา  เพื่อการค้า  ซึ่งยาเสพติดให้โทษ

อัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ
                1.  อัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท
                                1.1  ฐานผลิต  มาตรา  65
                                -  ความผิดฐานผลิต   นำเข้า   ส่งออก   ยาเสพติดให้โทษประเภท  1  ตามมาตรา   15  วรรคหนึ่ง,   65  วรรคหนึ่ง   ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต   และปรับตั้งแต่  1  ล้านบาท  ถึง  5  ล้านบาท
                                -  ถ้าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย         ต้องระวางโทษประหารชีวิต
                               -  ถ้าปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หรือมีจำนวน       หน่วยการใช้หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา   15     วรรคสาม   ( สารบริสุทธิ์ไม่ถึง  375  มิลลิกรัม   หรือ  มียาเสพติดที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่ไม่ถึง  15  หน่วย   การใช้หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึง  1.5  กรัม






ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  4  ปี 15 ปี   หรือปรับตั้งแต่  80,000  บาท   ถึง  300,000  บาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ
                                -  ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  4  ปี   ถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่   400,000  บาท  ถึง  5  ล้านบาท
                                1.2  ฐานจำหน่าย   มาตรา  66
                                ความผิดฐานจำหน่าย  หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย  ซึ่งมียาเสพติดให้โทษประเภท  1
                                ปริมาณ
                                -  คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์   หรือมีจำนวนหน่วยการใช้หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงปริมาณที่กำหนด   ตามมาตรา   15  วรรคสาม                  ( มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึง  375  มิลลิกรัม  ขึ้นไป  หรือ           มียาเสพติดที่สารดังกล่าวผสมอยู่ไม่ถึงจำนวน   15  หน่วยการใช้ขึ้นไป      หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึง  105  กรัมขึ้นไป )  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่   4  ปี  ถึง  15  ปี    หรือปรับตั้งแต่  แปดหมื่นถึงสามแสนบาท    หรือทั้งจำทั้งปรับ
                                -  ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ปริมาณที่กำหนดตามมาตรา  15  วรรคสาม  ( เกินกว่าปริมาณในข้อ  1 )   แต่ไม่เกินยี่สิบกรัม     ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่   4  ปี  ถึงจำคุกตลอดชีวิต   และปรับตั้งแต่          สี่แสนบาท   ถึงห้าล้านบาท
                   -  ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินยี่สิบกรัมขึ้นไป   ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต   และปรับตั้งแต่   1   ล้านบาท   ถึงห้าล้านบาท   หรือประหารชีวิต
                                1.3  ฐานครอบครอง   มาตรา   67
                                ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1ไว้ในครอบครอง
                                -  ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์    หรือมีจำนวนหน่วยการใช้

หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา    15   วรรคสาม             ( มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึง  375  มิลลิกรัม  หรือมียาเสพติด      ที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่ไม่ถึง    15   หน่วยการใช้   หรือมีน้ำหนักสุทธิ         ไม่ถึง  1.5  กรัม )   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่   1  ถึง  10  ปี   หรือปรับ   ตั้งแต่สองหมื่นบาท    ถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
                                1.4  ฐานเสพ   มาตรา   91
                                ความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท  1
                                ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  หกเดือนถึง  3  ปี   หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
                                1.5  ฐานใช้อุบายข่มขู่    มาตรา  93   ใช้กำลังประทุษร้าย    ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม   ข่มขืนใจให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดทุก     ประเภทตาม   พ.ร.บ.  นี้   ตามมาตรา   93   วรรคหนนึ่ง  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  1 10  ปี   และปรับตั้งแต่   100,000  บาท 1,000,000  บาท
                   -  ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง   กระทำโดยมีอาวุธ          หรือกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่   2  คนขึ้นไป   ตามมาตรา   93   วรรคสอง     ต้องระวางโทษจำคุก   ตั้งแต่  2 15  ปี    และปรับตั้งแต่  สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน
                                -  ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง   หรือวรรคสองดังกล่าวได้กระทำต่อหญิง  หรือบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ   ตามมาตรา   93  วรรคสาม   ต้องระวางโทษจำคุก   ตั้งแต่   3  ปี   ถึงจำคุกตลอดชีวิต   และปรับตั้งแต่    สามแสนบาท   ถึง  ห้าล้านบาทถ้วน
                                -  ถ้ายาเสพติดนั้นเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิด   เป็นมอร์ฟีน  หรือโคเคอีน   ผู้กระทำต้องระวางโทษเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่ง   และถ้าเป็นการกระทำต่อหญิงหรือบุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องระวางโทษจำคุก    ตลอดชีวิต   และปรับตั้งแต่  1,000,000  บาท  ถึง  5,000,000  บาท


                                -  ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดเป็นเฮโรอีน   ผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสองเท่าและถ้าเป็นการกระทำต่อบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามมาตรา  93  วรรคท้าย   ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต
                                1.6  ฐานยุยง   มาตรา   93 / 1
                   ความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพยาบ้าหรือเฮโรอีน    ตามมาตรา  93 / 1   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  1 5  ปี  หรือปรับตั้งแต่  20,000 1,000,000  บาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ

                2.  อัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท   2     เช่น  ฝิ่น  มอร์ฟีน  หรือโคเคอีน
                                2.1  ฐานผลิต   มาตรา  16,  68   ความผิดฐานผลิต    นำเข้า  ส่งออก  ฝิ่น  มอร์ฟีน  หรือโคเคอีน   อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา  16,  68   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  1  ปี  ถึง  10  ปี   และปรับตั้งแต่  1  แสนบาท           ถึง  1  ล้านบาท
                                -  ถ้ายาเสพติดให้โทษ   ซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดเป็นมอร์ฟีน  ฝิ่น  หรือโคเคอีน   ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  20  ปี        ถึงจำคุกตลอดชีวิต   และปรับตั้งแต่สองล้านบาทถึงห้าล้านบาท
                                2.2  ฐานจำหน่าย    หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมาตรา  17,  69  ยาเสพติดให้โทษประเภท  2  อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา   17   ต้องระวางโทษาจำคุกตั้งแต่  1  ปี -  10  ปี  ปรับตั้งแต่  2  หมื่นบาท              ถึง   2  แสนบาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ
                                ปริมาณ
                                -  ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ไม่เกิน  100   กรัม           ตามมาตรา  17,  69  วรรคสาม   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  3 20  ปี      หรือปรับตั้งแต่   60,000  บาท 400,000  บาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ
                               

-  ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เกินกว่า   100   กรัมขึ้นไป            ตามมาตรา  17,  69  วรรคสาม   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  5  ปี  ถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่  500,000  บาท  ถึง  5,000,000  บาท
                2.3  ฐานครอบครอง   มาตรา  67  ความผิดฐานมีฝิ่น   มอร์ฟีน     หรือ  โคเคอีน  ไว้ในครอบครอง   อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา   17    ต้อง    ระวางโทษจำคุกไม่เกิน   5  ปี   หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท   หรือทั้งจำ  ทั้งปรับ
                2.4  ฐานเสพ   มาตรา   91   ความผิดฐานเสพฝิ่น   มอร์ฟีน           หรือโคเคอีน  ยาเสพติดให้โทษประเภท  2  อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา  58     ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  6  เดือน -  3  ปี  และปรับตั้งแต่  10,000    60,000  บาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ
                2.5  ฐานยุยง   มาตรา   93 / 1   ความผิดฐานใช้อุบายหลอกลวง         ขู่เข็ญ   ใช้กำลังประทุษร้าย   ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือข่มขืนใจให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษ   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่   1  ปี   5  ปี    และปรับตั้งแต่  10,000  บาท 100,000  บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

                3.  อัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ                ประเภทที่    3
                                3.1  ฐานผลิต   มาตรา  70   ความผิดฐานเป็นผู้ผลิต   นำเข้า   ยาเสพติด  ประเภทที่  3  โดยไม่ได้รับอนุญาต  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่      1 -3  ปี   และปรับตั้งแต่  100,000  บาท  ถึง  300,000  บาท
                                3.2  ฐานจำหน่าย  มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย  มาตรา   71   ความผิดฐานเป็นผู้จำหน่าย   มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย   หรือส่งออก   ซึ่งยาเสพติดประเภทที่  3  อันเป็นการฝ่าฝืน   มาตรา  20   วรรคหนึ่ง     


โดยมีจำนวนยาเสพติดให้โทษไม่เกินที่กำหนดตามมาตรา   20  วรรค  4    ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน   1  ปี  หรือปรับไม่เกกิน  20,000  บาท   หรือ    ทั้งจำทั้งปรับ   ถ้ามียาเสพติดประเภทที่  3  โดยเกินจำนวนตามมาตรา   20  วรรค  4  จำคุกไม่เกิน  2  ปี   หรือปรับไม่เกิน   200,000  บาท

                4.  อัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ               ประเภทที่    4 
                                4.1  ฐานผู้ผลิต   ความผิดฐานเป็นผู้ผลิต  นำเข้า  ส่งออก  จำหน่ายหรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย    ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท  4  อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา  26  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  1  ปี  ถึง  10  ปี   และปรับตั้งแต่  20,000  บาท  ถึง  200,000  บาท
                          4.2  ฐานจำหน่าย    หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา   73   กรณีตามข้อ  1   และ   2  ถ้ามียาเสพติดให้โทษประเภท   4   ตั้งแต่  10  กิโลกรัมขึ้นไป   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  1  ปี  ถึง  15  ปี   และปรับตั้งแต่  100,000  บาท   ถึง  1,500,000  บาท
                                4.3  ฐานครอบครอง   ความผิดมียาเสพติดให้โทษประเภท  4  ไว้ในครอบครอง   ตามมาตรา  74   อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา   26            ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  5  ปี  หรือปรับไม่เกิน  100,000  บาท  หรือ     ทั้งจำทั้งปรับ

                5.  อัตราโทษความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ   ประเภท   5         เช่น  กัญชา   กระท่อม
                                5.1  ฐานผู้ผลิต   มาตรา   75   ความผิดฐานเป็นผู้ผลิต  นำเข้า  ส่งออก  ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท   5  ตามมาตรา  75   อันเป็นการ          ฝ่าฝืนมาตรา    26     ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่   2   ปี   ถึง   15  ปี   และปรับ   ไม่เกิน  200,000  บาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ
                   -  ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวนั้นเป็น  พืชกระท่อม  ต้องระวางโทษ  จำคุกไม่เกิน  2  ปี   และปรับไม่เกิน   200,000  บาท
                                5.2  ฐานจำหน่าย   มาตรา  76 / 1
* ความผิดฐานจำน่าย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย       ซึ่งเสพติดประเภท  5  ตามมาตร  76 / 1  อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา   26       วรรคหนึ่ง  มีจำนวนยาเสพติดไม่ถึง 10 กิโลกรัม  ต้องระวางโทษจำคุก    ตั้งแต่  2  ปี  ถึง  10  ปี  หรือ  ปรับตั้งแต่  40,000  บาท  ถึง  200,000  บาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ
*ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวในข้อหนึ่งนั้น  เป็นพืชกระท่อม  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  2  ปี  หรือปรับไม่เกิน  40,000  บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
*กรณีถ้ามียาเสพติดให้โทษประเภท  5  ตั้งแต่  10  กิโลกรัมขึ้นไป   ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  2  ปี  ถึง  15  ปี  และปรับตั้งแต่  200,000  บาท  ถึง  1,500,000  บาท
-  ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวในข้อสองนั้นเป็นพืชกระท่อม   ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน  1  ปี  และปรับไม่เกิน  200,000  บาท
          5.3  ฐานครอบครอง    มาตรา   76   ความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง   ซึ่งยาเสพติดประเภท  5  อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา  26            ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  5  ปี  หรือปรับไม่เกิน  100,000  บาท  หรือ      ทั้งจำทั้งปรับ
                5.4  ฐานเสพ    มาตรา  92   ความผิดฐานเสพติดให้โทษประเภทที่   5   อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา    57   ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน   1  ปี

                และเนื่องจากเพื่อให้ได้ผลอย่างจริงจังในการปราบปรามยาเสพติด   จึงมีการกำหนดให้การกระทำบางอย่างต้องรับโทษหนักกว่ากฎหมายอื่น   เช่น   กำหนดให้ผู้พยายามกระทำความผิดต้องรับโทษเสมือนกระทำความผิดสำเร็จ   ซึ่งตามกฎหมายอาญา   ผู้พยายามกระความผิดจะต้องรับโทษเพียง     2  ใน  3   ของโทษมีกำหนดสำหรับความผิดเท่านั้น   นอกจากนี้ผู้สนับสนุนช่วยเหลือให้ความสะดวกผู้กระทำผิดต้องระวางโทษ   เช่นเดียวกับผู้กระทำความผิด   และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดจะต้องถูกศาลสั่งริบ   นอกจากพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด        และในเรื่องการสืบทราบการกระทำความผิด  เจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกบุคคลใดให้ถ้อยคำ   ส่งบัญชีเอกสารหรือหลักฐาน   ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด   เมื่อตรวจข้นหลักฐานใด                มาประกอบการพิจารณาและมีอำนาจเข้าไปในเคหสถาน    เมื่อตรวจสอบและพบหลักฐานการกระทำความผิด   เจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและสอบสวนผู้กระทำผิด  ซึ่งโทษที่ยะได้รับเป็นโทษที่หนัก   เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นความผิดที่ร้ายแรงนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น