วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การกู้ยืม


การกู้ยืม
 

1.  ความหมาย
ถาม        การกู้ยืมกับการยืมแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ       การกู้ยืมหมายถึง การกู้ยืมเงิน  ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นเรียกว่าการยืมแต่ไม่ใช่การกู้ยืม (ป.พ.พ. มาตรา 650 มาตรา 642)

2.  หลักฐานการกู้ยืม
ถาม        การกู้ยืมเงินต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเสมอไปหรือไม่
ตอบ       ถ้าการกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป  จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือขื่อผู้กู้เป็นสำคัญถ้าการกู้ยืมเงินไม่เกินห้าสิบบาทไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแต่อย่างใด              (ป.พ.พ. มาตรา 652)
ถาม        หลักฐานแห่งการกู้จะต้องมีถ้อยคำอย่างไร
ตอบ       หนังสือที่จะเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้จะต้องมีถ้อยคำหรือใจความให้เห็นว่ามีการกู้ยืมกัน  (ฎีกา 758 / 2476)
ถาม        การกู้ยืมกันเกินกว่าห้าสิบปาทขึ้นไปโดยไม่มีเอกสารต่อกันภายหลังมีหลักฐานจะใช้ได้หรือไม่
ตอบ       การกู้ยืมตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป แต่ไม่มีเอกสารต่อกัน  ภายหลังผู้ยืมมีจดหมายรับรองหนี้นั้น ถือได้ว่ามีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ผู้กู้ยืมต้องรับผิด (ฎีกา 111 / 2476)
ถาม        ถ้าหนังสือหลักฐานการกู้หายจะฟ้องเรียกเงินได้หรือไม่
ตอบ       การกู้ยืมเงินโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ   แม้หนังสือกู้หายผู้ให้กู้ฟ้องเรียกเงินได้  (ฎีกา 999 / 2473) โดยนำผู้เขียนและผู้เซ็นชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ยืมมาสืบได้  (ฎีกา 34 / 2476)
ถาม        บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐาน
                แห่งการกู้ยืมเงินได้หรือไม่

ตอบ       บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนที่มีข้อความชัดแจ้งว่า  จำเลยรับรองว่าได้กู้ยืมเงินของโจทก์ไปจำนวนเท่านั้นเท่านี้จริง   และจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ท้ายบันทึกนั้นด้วยแม้จะเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนเรียกไกล่เกลี่ยในทางอาญาก็ตามก็ใช้บันทึกนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ (ฎีกา644 / 2509)

3. การใช้เงินกู้ยืมคืน
ถาม        การใช้เงินกู้ยืมเกินห้าสิบบาทคืนให้แก่ผู้กู้ต้องมีหลักฐานเพียงใด
ตอบ       การกู้ยืมเงินที่หลักฐานเป็นหนังสือนั้น  กฎหมายมีบทบัญญัติบังคับไว้เป็นพิเศษว่า  ผู้กู้จะนำสืบการใช้เงินได้เฉพาะเท่าที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา  653วรรคสองเท่านั้นจำเลยจะสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระต้นเงินกู้แล้วแต่โจทก์ไม่คืนสัญญาเงินกู้ให้ย่อมไม่ได้  เมื่อจำเลยไม่มีหลักฐานการใช้เงินต้นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้มาแสดงต่อศาล  จำเลยก็ตองแพ้คดี  (ฎีกา  263- 4 / 2508)
ถาม        หลักฐานหนังสือ ไอ.โอ.ยู เป็นหลักฐานการกู้ยืมได้เพียงใดและการชำระหนี้ตองปฏิบัติอย่างไร
ตอบ       หนังสือ ไอ.โอ.ยู เป็นหลักฐานการกู้ยืม ซึ่งลูกหนี้ทำให้เจ้าหนี้เก็บไว้  เมื่อไม่มีหลักฐานแสดงว่าลูกหนี้ได้ชำระหนี้นั้นแล้ว   ต้องถือว่าลูกหนี้ยังเป็นหนี้อยู่ตามเอกสารนั้น  (ฎีกาที่ 65 /2507)
ถาม        จะนำพยานบุคคลนำสืบว่าจำเลยได้ใช้สิทธิเงินยืมโจทก์ แล้วได้หรือไม่
ตอบ       ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 653 วรรคสองเป็นบทบังคับเด็ดขาด   ฉะนั้น  จำเลยจึงนำสืบว่าจำเลยได้ใช้เงินให้โจทก์แล้ว  โดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือได้เวนคืนเอกสารหรือแทงเพิกถอนเอกสารนั้นแล้วมิได้ (ฎีกา 1612 / 2512)
ถาม        พนักงานสอบสวนได้บันทึกการที่ให้ผู้กู้รับเงินจากผู้กู้ไว้   จนถือเป็นหลักฐานการใช้เงินได้หรือไม่
ตอบ       เช็คจำเลยถึงกำหนดไม่มีเงิน   จำเลยนำเงินตามเช็คไปมอบให้พนักงานสอบสวนได้บันทึก  และให้โจทก์เซ็นรับเงินนั้นไว้ในบันทึกแล้ว  จำเลยย่อมนำสืบอ้างบันทึกซึ่งมีรายมือชื่อโจทก์ผู้กู้ว่า  ได้มีการใช้เงินได้  (ฎีกา 296 / 2519)
ถาม        ลายพิมพ์นิ้วมือใช้เป็นพยานหลักฐานเอกสารได้เพียงใด
ตอบ       โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือแต่ไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 9 วรรคสาม   เท่ากับโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อในหลักฐานการใช้เงินจำเลยจึงใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ว่าโจทก็ได้รับชำระหนี้ตามที่ปรากฏในเอกสารนั้น  (ฎีกา 2550 / 2524)

4.กรณีสัญญาไม่มีกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืน
ถาม        สัญญากู้ยืมไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้  เจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระได้เมื่อใด
ตอบ       สัญญากู้ยืมไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ผู้ให้กู้ย่อมมีสิทธิเรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้เมื่อใดก็ได้  (ฎีกา 1124 / 2511)
ถาม        หนี้กู้ยืมที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้  ก่อนฟ้องจะต้อง  บอกกล่าวทวงถามหรือไม่
ตอบ       หนี้กู้ยืมที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาอันพึงชำระหนี้ไว้นั้นเจ้าหนี้จะฟ้องให้ชำระที่ยืมไปโดยไม่ต้องบอกกล่าวทวงถามก็ได้  (ฎีกา 1324 / 2519)

ถาม        หนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระจะฟ้องเรียกให้ลูกหนี้ชำระก่อนกำหนดได้หรือไม่ ?
ตอบ       เจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ชำระหนี้ก่อนถึงกำหนดชำระไม่ได้  (ฎีกา 831 / 2492)

5.การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
ถาม        ถ้าเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรามีผลเสียหายเพียงใด ?
ตอบ       การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นเป็นโมฆะเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น  ต้นเงินหาเป็นโมฆะไม่  ผู้ให้กู้ฟ้องเรียกเงินต้นกู้คืนได้  (ฎีกา 478 / 2488,  136 / 2507,   1565 / 2524
ถาม        สัญญากู้ยืมที่ระบุว่าให้คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายนั้นคิดได้เพียงใด ?
ตอบ       หนังสือสัญญากู้ยืมที่ระบุว่าให้คิดดอกเบี้ยกันตามกฎหมายคิดดอกเบี้ยกันได้เพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี  และโจทก็ผู้ให้กู้เปลี่ยนแปลงข้อความในหนังสือสัญญาเป็นว่าได้ตกลงในอัตราร้อยละ  15  ต่อปี  ไม่ได้  (ฎีกา 235 / 2507)
ถาม        การชำระดอกเบี้ยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่ ?
ตอบ       การชำระดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 653 วรรคสอง  จึงนำพยานบุคคลสืบว่าได้ชำระดอกเบี้ยแล้วได้ (ฎีกา 1084 / 2510,  299115 / 2524)
ถาม        ถ้าไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ผู้ให้กู้จะเรียกได้เพียงใด
ตอบ       สัญญากู้มีข้อความว่า ผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้แต่อัตราดอกเบี้ยไม่ได้กำหนดไว้จึงต้องใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 (ฎีกา1124 / 2511)


6.การรับเอาทรัพย์สินอื่นชำระนี้แทนเงินกู้ยืม
ถาม        การโอนที่ดินชำระหนี้จะต้องมีหลักฐานการชำระหนี้เป็นหนังสือหรือไม่ ?
ตอบ       การชำระหนี้เงินกู้ด้วยการโอนที่ดินให้เจ้าหนี้เป็นการชำระหนี้อย่างอื่นซึ่งมิใช่การชำระหนี้ด้วยเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 แม้มิได้มีหลักฐานการชำระหนี้เป็นหนังสือตามมาตรา 653 ศาลก็รับฟังพยานบุคคลที่นำมาสืบในเรื่องการชำระหนี้นั้นได้ เมื่อโอนที่ดินชำระหนี้  หนี้เงินกู้แล้วหนี้นั้นก็ระงับไป (ฎีกา  1178 / 2510)
ถาม        การตกลงกันด้วยวาจาขณะทำหนังสือสัญญากู้ยืมว่าผู้ให้กู้ยอมให้ผู้กู้ชำระหนี้ด้วยข้าวเปลือก จะมีผลตามกฎหมายหรือไม่?
ตอบ       จำเลยให้การว่าขณะทำหนังสือสัญญากู้ยืมจำเลยได้ตกลงกันด้วยวาจาว่าโจทก์ยอมให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ด้วยข้าวเปลือก 3 เกวียนก็ได้ ต่อมาจำเลยได้มอบข้าวเปลือกให้โจทก์ แล้วหนี้จะระงับจำเลยนำพยานบุคคลมาสืบตามที่ให้การนี้ได้ไม่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงเอกสาร  เพราะเป็นการสืบถึงการชำระหนี้เพื่อให้หนี้ระงับไปไม่ต้องห้าม  (ฎีกา  353 / 2511)
ถาม        การชำระหนี้ด้วยเช็คจะต้องมีใบรับเงินของเจ้าหนี้หรือไม่ ?
ตอบ       ลูกหนี้ยืมเงินโดยออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าให้เจ้าหนี้ไว้  และทำหนังสือให้ไว้ด้วยว่า  ได้ยืมเงินและออกเช็คให้ไว้ หากไม่ใช้เงินตามกำหนดให้เจ้าหนี้ฟ้องต่อศาลได้แทนสัญญากู้ได้ดังนี้  เมื่อธนาคารปฏิเสธการใช้เงินตามเช็ค  เจ้าหนี้ทวงถามตามเอกสารนั้น  หรือตามเช็คก็ได้  ลูกหนี้ชำระเงินแก่เจ้าหนี้ตามเช็คแล้ว   หนี้ระงับโดยไม่ต้องมีใบรับเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  653   เมื่อหนี้ระงับแล้วเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้เอกสารนั้นไม่ได้อีก  (ฎีกา 8 / 2518)


7.ความรับผิดในค่าธรรมเนียม
ถาม        ผู้กู้ยืมหรือผู้ให้เป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียม ?
ตอบ       ค่าฤชาธรรมเนียมในการสัญญา  ค่าส่งมอบและค่าขนส่งคืนเงินยืม  ย่อมตกแก่ผู้ยืมเป็นผู้เสีย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  651  (ยังไม่มีคำพิพากษาฎีกา)

8.อายุความในการฟ้องเรียกเงินกู้ยืม
ถาม        การฟ้องเรียกหนี้เงินกู้  ต้องฟ้องภายในกี่ปี ?
ตอบ       อายุความฟ้องเรียกเงินกู้ยืมไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นต้องถือว่ามีกำหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  264  (ฎีกา 22 / 2479)
ถาม        หนี้อย่างอื่นที่เปลี่ยนเป็นหนี้เงินกู้ต้องฟ้องภายในกี่ปี ?
ตอบ       โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยตามสัญญากู้ยืมซึ่งมีมูลหนี้จากการทำละเมิดของจำเลยอายุความเรียกร้องต้องเป็นไปตามเรื่องกู้ยืม  ไมใช่เรื่องมูลละเมิด  (ฎีกา 89 / 2518) ซื้อของแล้วแต่ชำระเงินไม่หมด  จึงทำเป็นหนังสือกู้ให้ผู้ขายไว้ดังนี้อายุความฟ้องร้องในเรื่องนี้มีกำหนด 10 ปี (ฎีกา 128 / 2481)

9.สัญญากู้ยืมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
ถาม        ผู้ให้กู้กรอกจำนวนเงินเกินจำนวนที่ตกลงกันในแบบพิมพ์สัญญาเงินกู้ที่ผู้กู้ลงลายมือชื่อไว้  จะมีผลตามกฎหมายหรือไม่ ?
ตอบ       จำเลยกู้เงินโจทก์ 8,000 บาท และเซ็นชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้โดยไม่กรอกข้อความโจทก์นำไปกรกข้อความเป็น 30,000บาท  ขัดต่อข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องจึงเป็นเอกสารปลอมใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ (ฎีกา  1290 / 2516,  80 / 2518,  2692 / 2522)
ถาม        สัญญากู้ที่ส่งอ้างต่อศาลไม่ได้ขีดฆ่าอากรณ์แสตมป์จะเป็นพยานหลักฐานในคดีนั้นได้หรือไม่ ?
ตอบ       หนังสือสัญญากู้ยืมที่โจทก์ส่งอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลโดยมิได้ขีดฆ่าอากรแสตมป์จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ตามประมวลราษฎากร  มาตรา 118  เป็นผลให้คดีโจทก์ไม่มีหลักฐานที่จะฟังว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ดังฟ้อง (ฎีกา 2738 / 2517)

10.  สรุป
กฎหมายเกี่ยวกับการกู้ยืมนี้มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน            ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากจนที่เป็นผู้กู้ยืม  กฎหมายเรื่องนี้มีบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่  1  มกราคม  2467  ต่อมาได้มี       การตรวจชำระใหม่  และตราพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้เมื่อวันที่ 1  มกราคม  2472  นับตั้งแต่วันประกาศใช้ครั้งแรจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม  70  ปี  ในวันที่  1  มกราคม  2537  ดังนั้น   ที่ได้รวบรวมสาระสำคัญเรื่องกู้ยืมพิมพ์ไว้ด้วยตามที่ได้รับมอบหมายมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ         ที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเป็นอย่างมากสมตามเจตนารมณ์ของสภาทนายความ   และความปรารถนาของรัฐบาลปัจจุบัน   ซึ่งมี  ฯพณฯ ชวน  หลีกภัย         เป็นนายกรัฐมนตรี  ในอันที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย       เชิงรุกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง

1 ความคิดเห็น:

  1. เรื่องการกูยืมเงินนี้ จะมีปัญหาส่วนมากคือ มูลหนี้ อาจจะเป็นมูลหนี้ที่มาจากการพนัน จากการข่มขู่ หลอกลวง อื่นๆ

    ตอบลบ